• website-cover-001
  • Untitled-3-05
  • 55551
  • webcoverthaimedicaltrading2-06
  • Artworkโปรโมทkontedเว็ปไซต์-01
  • webcoverthaimedicaltrading2-08
  • Artworkโปรโมทkontedเว็ปไซต์-02
  • Untitled-3-03
  • S4980809
MRI >> Philips Panorama HFO

436320

436260

43636

436380

รายละเอียดสินค้า

Philips Panorama HFO: เครื่องตรวจสนามแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดระบบเปิดพรีเมียม สเปกเนเธอร์แลนด์ (มือสอง)

ในการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องตรวจสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Scan) ความท้าทายสำคัญของศูนย์รังสีวินิจฉัยคือการตรวจผู้ป่วยที่มีภาวะกลัวที่แคบ (Claustrophobia), ผู้ป่วยเด็กที่ไม่สามารถนอนนิ่งในอุโมงค์แคบเป็นเวลานาน, ผู้ป่วยภาวะโรคอ้วน (Bariatric Patients) รวมถึงการทำหัตถการรังสีร่วมรักษา (Interventional MRI) เครื่อง MRI ระบบอุโมงค์ปิดแบบเดิมมักส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความเครียดสูง ยกเลิกการตรวจกลางคัน หรือเกิดภาพเบลอจากการเคลื่อนไหว (Motion Artifacts) ซึ่งเพิ่มเวลาในการทำหัตถการและสูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้ของโรงพยาบาล

Philips Panorama HFO ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างเด็ดขาด ด้วยโครงสร้างตัวเครื่องแบบเปิดกว้างพิเศษ (Panoramic Open Design) มุมมองโปร่งสบาย 360 องศา ผสานเทคโนโลยีแม่เหล็กนำก๊าซฮีเลียมต่ำ (Superconducting Magnet) ความเข้มสนามแม่เหล็ก 1.0 Tesla ร่วมกับคอยล์รับสัญญาณ Solenoid Technology ให้คุณภาพภาพคมชัดลึก แม่นยำ รวดเร็ว ลดอัตราการยกเลิกเคสตรวจของผู้ป่วยลงได้เกือบทั้งหมด พร้อมสร้างอัตราการคืนทุน (ROI) สูงสุดให้แก่ศูนย์รังสีวินิจฉัยและโรงพยาบาลชั้นนำ

  • 1.0T High-Field Superconducting Active Shielded Magnet: ระบบแม่เหล็กกำลังสูง 1.0 Tesla แบบ Superconducting ให้สัญญาณต่อคลื่นรบกวน (Signal-to-Noise Ratio - SNR) สูงกว่าเครื่องระบบเปิดแบบแม่เหล็ก (Permanent Magnet) ทั่วไปถึง 45% มอบภาพถ่ายที่คมชัดทัดเทียมเครื่องระบบอุโมงค์

  • 360° Panoramic Open Architecture: โครงสร้างอุโมงค์เปิดกว้างถึง 160 cm พร้อมมุมมองเปิดกว้าง 360 องศา ขจัดปัญหาความวิตกกังวลของผู้ป่วยภาวะกลัวที่แคบ (Claustrophobia) ได้สมบูรณ์แบบ 100%

  • Solenoid Technology Coils & Multi-Channel RF: ระบบคอยล์รับสัญญาณเทคโนโลยี Solenoid ที่โอบล้อมอวัยวะอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความไวในการรับสัญญาณรังสีและลดระยะเวลาในการสแกนภาพต่อลำดับลำแสง (Sequence) ลงได้มากกว่า 40%

  • Interventional MRI Capability & Real-time Kinematic Scanning: รองรับการทำหัตถการสอดเจาะนำทางด้วย MRI Real-time และการสแกนตรวจข้อต่อขณะเคลื่อนไหว (Kinematic Joint Studies) ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจรักษาทางการแพทย์ได้กว้างขวางขึ้นถึง 50%

  • FreeWave Digital RF System & SmartExam Software: ระบบประมวลผลสัญญาณดิจิทัลไร้สายความเร็วสูง ร่วมกับซอฟต์แวร์วางแผนการสแกนอัตโนมัติ SmartExam ช่วยลดเวลาการจัดเตรียมเคสและการสแกนภาพรวมลงได้มากกว่า 35%

Model Philips Panorama HFO
System ConceptHigh-Field Open MRI System (Panoramic Design)
Magnet Type & Strength
Active Shielded Superconducting Magnet (1.0 Tesla)
Gantry Opening / Aperture
Vertical Opening 45 cm / Horizontal Panoramic Gap 160 cm
Patient Table Capacity
Heavy-Duty Motorized Table (Max Load up to 250 kg / 550 lbs)
Gradient Performance
High Performance Gradient System (up to 26 mT/m & Slew Rate 80 T/m/s)
RF System Architecture
FreeWave Multi-Channel Digital RF System
Coil TechnologySolenoid RF Coils (Head, Spine, Body, Knee, Shoulder, Joint Coils)
Clinical Software SuiteSmartExam, SENSE Parallel Imaging, DRIVE, CLEAR, Kinematic Suite
Interventional ReadyReal-time Interactive Guidance / Compatible Medical Accessories
Connectivity & PACSFull DICOM 3.0 Interoperability, PACS / HIS / RIS Integration Ready

หมวดที่ 1: ประสิทธิภาพและเทคนิค (Technical Performance)

    • Q1: Philips Panorama HFO ซึ่งเป็นเครื่องระบบเปิด (Open MRI) ให้คุณภาพภาพคมชัดทัดเทียมเครื่องระบบอุโมงค์ (Bore MRI) ได้อย่างไร?
    • A: Panorama HFO ใช้ระบบแม่เหล็กนำตัวยิ่งยวด (Superconducting Magnet) ความเข้ม 1.0 Tesla ซึ่งแตกต่างจากเครื่องระบบเปิดรุ่นเก่าที่เป็นแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet 0.2-0.4T) ผสานกับเทคโนโลยีคอยล์รับสัญญาณแบบ Solenoid Coils ที่ให้ค่า Signal-to-Noise Ratio (SNR) สูงมาก จึงได้ภาพที่มีความละเอียด คมชัด และคอนทราสต์ของเนื้อเยื่อ (Tissue Contrast) ทัดเทียมเครื่องระบบอุโมงค์ปิดขนาด 1.5 Tesla ในหลายหัตถการ
    • Q2: ระบบคอยล์ Solenoid Technology ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับสัญญาณภาพอย่างไร?
    • A: คอยล์ Solenoid มีทิศทางของสนามแม่เหล็กที่สอดคล้องกับแนวตั้งของเครื่องระบบเปิด ทำให้การรวมสัญญาณคลื่นวิทยุ (RF Signal) เข้าสู่อวัยวะเป้าหมายทำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้ได้ภาพถ่ายที่มีสัญญาณรบกวนต่ำ ขอบภาพคมชัด และรองรับการเทคนิคการสแกนภาพความเร็วสูง (Parallel Imaging - SENSE) ได้เป็นอย่างดี

    หมวดที่ 2: การใช้งานทางคลินิก (Clinical Applications)

    • Q1: Philips Panorama HFO เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ป่วยและการตรวจประเภทใดเป็นพิเศษ?

    A: เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยภาวะกลัวที่แคบ (Claustrophobic Patients), ผู้ป่วยเด็กที่ไม่ต้องการใช้ยาสลบ, ผู้ป่วยภาวะโรคอ้วนน้ำหนักตัวมาก (Bariatric Patients), การตรวจสแกนข้อต่อกระดูกขณะเคลื่อนที่ (Kinematic Musculoskeletal Imaging) รวมถึงการทำหัตถการรังสีร่วมรักษา (Interventional MRI) เช่น การเจาะเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อและการระงับปวด นำทางด้วยภาพ MRI Real-time

    • Q2: โครงสร้างกะทัดรัดและการเปิดกว้าง 360 องศา ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ทีมรังสีเทคนิคและญาตินำตรวจอย่างไร?
    • A: โครงสร้างกว้างถึง 160 ซม. ช่วยให้ญาติตัวน้อยหรือพยาบาลสามารถยืนจับมืออยู่ข้างตัวผู้ป่วยระหว่างทำการสแกนได้ตลอดเวลา ช่วยลดความเครียดและความตื่นกลัวของผู้ป่วยได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังช่วยให้รังสีเทคนิคจัดท่าผู้ป่วย (Patient Positioning) ได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ติดขัดโครงสร้างอุโมงค์

    หมวดที่ 3: การบำรุงรักษาและความคุ้มค่า (Maintenance & Value)

    • Q1: การลงทุนใน Philips Panorama HFO ช่วยสร้างความคุ้มค่าและอัตราการคืนทุน (ROI) แก่ศูนย์รังสีวินิจฉัยอย่างไร?

    A: Panorama HFO ช่วยขยายฐานกลุ่มผู้ป่วยที่เครื่องอุโมงค์ปิดไม่สามารถให้บริการได้ เช่น ผู้ป่วยกลัวที่แคบและผู้ป่วยอ้วน ทำให้โรงพยาบาลสามารถดึงดูดเคสตรวจใหม่ๆ เข้ามาได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก ผสานกับเทคโนโลยีประหยัดก๊าซฮีเลียม และอัตราการเสียต่ำ (Low Breakdown Rate) จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Low Cost of Ownership) และสร้างจุดคืนทุน (Break-even Point) ได้อย่างรวดเร็ว

    • Q2: บริการหลังการขายและการดูแลรักษาจาก Thai Medicals Trading ปกป้องการใช้งานของโรงพยาบาลอย่างไร?
    • A: บริษัท ไทย เมดิคอล เทรดดิ้ง จำกัด ให้บริการดูแลครบวงจร โดยทีมวิศวกรชีวการแพทย์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล บริการตรวจเช็กและบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance - PM) การสอบเทียบค่าสนามแม่เหล็กและสัญญาณคลื่นวิทยุ (Magnet & RF Calibration) ตรวจเช็กระบบความเย็น Cryogenic System พร้อมสต็อกอะไหล่แท้เพื่อให้เครื่องมีความพร้อมใช้งานสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง
    สำหรับโรงพยาบาลหรือศูนย์การแพทย์ที่ต้องการพิจารณารายละเอียดของเครื่องเอกซเรย์ฉีดสีหลอดเลือด Cath Lab พรีเมียม สเปกญี่ปุ่น พร้อมเทคโนโลยีประมวลผลภาพ SCORE StentView เพิ่มเติม ท่านสามารถเลือกชมและเปรียบเทียบฟีเจอร์ของ ประเภทสินค้า ยี่ห้อ Shimadzu รุ่น Bransist Alexa C12 (Shimadzu Bransist Alexa C12: เครื่องเอกซเรย์ฉีดสีหลอดเลือด Cath Lab พรีเมียม สเปกญี่ปุ่น คืนทุนไวที่สุด) เพื่อเลือกโซลูชันครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับงบประมาณและศูนย์ตรวจของท่านได้อย่างลงตัวที่สุด